วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เทคนิคการว่ายน้ำ

เทคนิคการว่ายน้ำ

ประวัติกีฬาว่ายน้ำ


 ฝึกเหยียดตัวตรงตีเท้าในน้ำ >
หลังจากที่เราฝึกปั้มน้ำจนชินแล้ว ก็เปลี่ยนจากท่าลุกนั่งไปเป็นเกาะขอบสระเหยียดตัวตรง
- เริ่มด้วยท่าเดิมคือเกาะขอบสระฝั่งที่ตื้นๆไว้ก่อน
- จากนั้นเมื่อพร้อมก็ให้หายใจเข้าแล้วเหยียดตัวตรงในท่าคว่ำหน้าลงไปในน้ำ โดยยังไม่ต้องตีขาก่อน
- ค่อยๆหายใจออกเหมือนในท่าลุกนั่ง
- เมื่อลมใกล้หมด ให้เงยหน้าขึ้นตรงๆแล้วหายใจเข้า เหมือนท่าเรานอนอ่านหนังสือนั่นแหละครับ
- จากนั้นก็ทำสลับกันไปชนจินในจังหวะหายใจของเราแล้ว
- เมื่อชินกับจังหวะหายใจด้วยท่าเหยียดตรงคว่ำหน้าแล้ว
- ก็ให้เพิ่มการตีขาสลับซ้ายขวา ขึ้นลง ช้าๆร่วมเข้าไปกับการฝึกหายใจด้วยไป
- ข้อควรระวังคือ ให้ตีขาสลับแบบช้าๆไปก่อนจนชินแล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วกันไป อย่าเพิ่งไปตีขาเร็วๆ เพราะจำให้เราเสียจังหวะจนทำให้เราสำลักน้ำได้
ฝึกลอยตัวในน้ำด้วยโฟม >
หลังจากเราคุ้นเคยกับการหายใจด้วยการลุกนั่งกับยืดตัวที่ขอบสระแล้วก็ลองใช้โฟมกันดู
- หาโฟมว่ายน้ำสักแผ่นเอาแบบที่เราจับเหมาะๆนะ
- ทีนี้เราจะหันหน้าออกสระน้ำกันแล้ว เอาง่ายๆก่อนเลย
- ถือโฟมแล้วเดินออกไปจากขอบสระประมาณ 5 เมตรก่อน แล้วหันหน้ากลับเข้าขอบสระ
- ถือโฟมเหยียดแขนตรงเหมือนว่าเราจะตีเท้าที่ขอบสระแล้ว
- จากนั้นก็เริ่มใช้ท่าเหยียดตรงนั้นแหละครับ มือถือโฟมเหยียดไปข้างหน้าพร้อมกับค่อยๆตีเท้าไปแบบไม่ช้าไม่เร็ว
- เพราะถ้าช้าไปตัวอาจจะจมได้ และ ถ้าเร็วไปก็จะทำให้ตัวเราไม่นิ่งซึ่งอาจจะส่งผลให้ตกใจได้
- เมื่เริ่มตีเท้าจากจุด 5 เมตรแล้ว ให้ตีเท้าสลับเงยหน้าหายใจตามจังหวะของเราไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆ
- จนถึงขอบสระ ก็ถือว่าสำเร็จ เย้ๆๆๆ
- ทำในระยะ 5 เมตรนี้ไปเรื่อยๆ จนชิน ก็ค่อยๆเพิ่มระยะไปเป็น 10 15 20 25 หรือตามแต่จะวางแผนกันไปครับ
- ฝึกบ่อยบ่อยให้เชี่ยวชาญ ได้ท่าเดียวให้รอดก็พอแล้วครับ
 การฝึกว่ายน้ำ 

วิธีการเล่นฟุตซอล

วิธีการเล่นฟุตซอล





วิธีการฝึกสอน :การเลือกวิธีฝึกสอนขึ้นอยู่กับความสามารถวัย และระยะเวลาของการพัฒนาของผู้เล่น
พื้นที่ จำนวนและเป้าหมายของการฝึก  เช่น  หากเป็นผู้เล่นใหม่ควรเริ่มจากการฝึกเทคนิคและ 
ทักษะก่อน   แต่ผู้เล่นทุกคนมีระดับการเรียนรู้และการพัฒนาที่ต่างกัน ดังนั้น วิธีการและรูปแบบ 
อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่นและเป้าหมายของการฝึกเป็นสารคัญ
วิธีการฝึกสอน 
 การฝึกเทคนิค : หมายถึง การฝึกเฉพาะบุคคลหรือการฝึกรวมทั้งกลุ่ม เช่น การส่ง-รับ
การยิงประตู เป็นต้น โดยไม่มีความกดดันและต้องให้ถูกต้องรวมทั้งการเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่

   การเคลื่อนที่เบื้องต้น  
           1.   การทรงตัว           
           2.  การเตรียมตัว          
           3.  การเคลื่อนที่ทั่วไป           
           4.  การเคลื่อนท่ีโดยการ  ก้าว – ลาก – ชิด (สไลด์)  ไปด้านข้าง ทั้งซ้ายและขวา           
           5.  การเคลื่อนที่โดยการ  ก้าว – ลาก – ชิด (สไลด์)  ไปข้างหน้าและข้างหลัง           
           6.  การเคลื่อนที่โดยการ  ก้าว – ลาก – ชิด (สไลด์)  ไปตามจุดทกี่ําหนด         
           7.  วิ่งออมหลักไปและกลับ           
           8.  การเคลื่อนที่แบบสเต็บขาตึง           
           9.  การเคลื่อนที่แบบสเต็บงอเข่า         
          10. การเคลื่อนท่ีแบบวิ่งข้ามกรวย

การสร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตซอล 
               การสร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตซอล  เป็นทักษะพื้นฐานของกีฬาฟุตซอลอย่างหนึ่ง   และมคีวามจําเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นใหม่    การที่จะเล่นกฬีาฟุตซอลให้ได้ดี   จะต้องสามารถครอบครองลูกฟุตซอลให้ เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว    ด้วยคุณสมบัติของลูกฟุตซอลที่มีรูปทรงกลมและ มีขนาดเลก็  ทําให้ลูกฟุตซอลมีความยืดหยุ่นในตัวของมันสูง    การไดสัมผัสกับลูกฟุตซอลบ่อยๆ    จะทําให้สามารถบังคับและครอบครองลูกฟุตซอลได้ดี     มีวิธีการสร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตซอล 

       การเตะลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านใน  
                การเตะลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านใน   หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่า  ลูกแป   โดยใช้ส่วนของข้างเท้าด้านในเตะลูกฟุตซอล เป็นการเตะขั้นพื้นฐานที่ง่าย    เป็นการเตะส่งที่มีความแม่นยํา  รวดเร็วและเตะได้ทกโอกาส   แต่ต้องเป็นระยะสั้นๆ ใกล้ๆ   เช่น การส่งผ่านหรือยิงประตูระยะที่หวังผลแน่นอน   ควรเป็นระยะทางไม่เกิน 10   เมตร  วิธีการเตะลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านใน    การเตะลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านใน   มีวิธีการดังนี้
                1. วางเท้าที่ไม่ได้เตะให้ได้ระดับเดียวกับลูกฟตุซอลปลายเท้าชี้ไปในทิศทางที่ต้องการ
                2.  แบะเท้าข้างที่จะใช้เตะให้ปลายเท้าหันออกจากตัว เป็นมุมฉากกับเท้าอีกด้านหนึ่ง  ย่อเข่าแบะออกด้านนอกเล็กน้อย
                3.  เหวยี่งเท้าที่จะเตะแค่สะโพกโดยใช้แรงเหวี่ยงจากสะโพก   แขนทั้งสองข้างเหวยี่งเป็นธรรมชาติตามจังหวะเท้า  ย่่อเข่าที่ไม่ได้เตะลงเล็กนอ้ยโน้มตัวไปข้างหน้า 
                4.   กjอนเตะให้เหวี่ยงเท้าไปด้านหลังตรงๆ  ให้ส่วนกลางเท้าด้านในถูกหรือสัมผัสตรงกึ่งกลางหรือส่วนต่างๆ  ของลูกฟุตซอลตามทิศทางที่ต้องการ   เตะส่งลูกให้แรงโดยใช้แรง ส่งจากสะโพกเป็นจุดหมุน 
                5.   เมื่อเตะลูกฟุตซอลให้ส่งเท้าตามทิศทางของลูกฟุตซอลที่ถูกเตะออกไป

เทคนิคการเล่น กีฬาเปตอง

เทคนิคการเล่น กีฬาเปตอง

SBOBET

วิธีการเล่นของกีฬาเปตอง การโยนลูกเป้า ผู้ตัดสินจะเรียนผู้เล่นที่เป็นหัวหน้าทีมทั้ง 2 ฝั่งมาเพื่อทำการเสี่ยงทายว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ที่เริ่มเกมการแข่งขัน หมายถึงฝ่ายที่ทำการโยนลูกป้าไปก่อนเพื่อทำการเริ่มเกมการแข่งขัน ในฝ่ายที่ได้ทำการโยนลูกเป้าก่อนถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรประมาณเพราะฝ่ายที่ทำการโยนลูกเป้าก่อนสามารถเลือกตำแหน่งในการโยนลูกเปตองตามมา
ฝ่ายที่ผลออกมาแล้วชนะในการเสี่ยงทายนั้น สามารถเลือกผู้เล่นคนไหนก็ได้ภายในทีมของตนเพื่อมาทำการโยนลูกเป้า แต่ก่อนที่จะโยนลูกเป้านั้นจะต้องเลือกจุดที่จะโยนเสียก่อน โดยการที่เลือกจุดแล้วทำการเขียนวงกลมโดยให้ความกว้างของวงกลมนั้นให้เท้าทั้ง 2 ข้างเข้าไปยืนอยู่ภายในนั้นได้ แต่ในกฎกติกาได้มีการกำหนดไว้โดยที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35-50 เซนติเมตร วงกลมนี้สามารถเลือกได้ในพื้นที่ใดก็ได้ภายในสนามของการแข่งขัน แต่ต้องอยู่ห่างออกมาจากขอบสนามหรือสิ่งที่กีดขวางต่างๆออกมาโดยที่ออกมาประมาณ 100 เซนติเมตร หรือ 1 เมตรโดยประมาณ แต่ต้องไม่ให้เลยออกไปถึงเส้นหลัง 4 เมตร ส่วนลูกเป้าที่ผู้เล่นทำการเสี่ยงชนะให้โยนออกไปไม่น้อยกว่า 6 เมตรแต่ไม่เกิน 10 เมตร จากการวัดที่ระยะห่างจากขอบวงกลมที่นักกีฬาทำการโยนลูกเปตอง ถ้าผู้เล่นฝ่ายเดียวกันหรือฝ่ายตนเองได้ทำการโยนลูกเป้าไปแล้วทั้งหมดจำนวน 3 ครั้งของการที่โยนลูกเป้า แล้วลูกเป้ายังไม่อยู่ในระยะที่กฎและกติกาที่กำหนดไว้ จะต้องเปลี่ยนให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามมาทำการโยนลูกเป้าแทน แต่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามนั้นมีสิทธิในการโยนลูกเป้า 3 ครั้งเช่นเดียวกัน

ทักษะการเล่นตะกร้อ

ทักษะการเล่นตะกร้อ



ตะกร้อเป็นกีฬาไทยที่เล่น กันแพร่หลายมานานนับศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นตามชนบท ในวัด ในวัง ในเมือง จะพบเห็นการเล่นตะกร้อเสมอ เพราะตะกร้อไม่ต้องใช้บริเวณพื้นที่กว้างขวางเหมือนกีฬาประเภทอื่น ๆ อุปกรณ์ก็หาได้ง่าย ทั้งผู้เล่นก็ไม่จำกัดรูปร่าง เพศหรือวัย ตลอดจนไม่จะกัดผู้เล่นตายตัว อาจยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมการเล่นตะกร้อจึงได้รับความนิยมตลอดมาซึ่งผู้ เล่นจะได้รับประโยชน์จากการเล่นทั้งทางตรงและทางอ้อมนับอเนกประการดังนี้
                1 ) ตะกร้อเป็นกีฬาที่ประหยัด  ลงทุนน้อยแต่เล่นได้หลายคน คุ้มค่าเงิน สามารถร่วมทุนกันคนละเล็กละน้อยหรือผลัดกันซื้อก็ได้     ทั้งลูกตะกร้อก็มีความทนทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารู้จักใช้และรู้จักเก็บรักษาให้ดี
                2 ) การเล่นตะกร้อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทำ ให้จิตใจสดชื่นแจ่มใสและที่สำคัญผู้ที่เล่นตะกร้อยังได้ชื่อว่าเป็นผู้หนึ่ง ที่ส่งเสริมกีฬาศิลปะและวัฒนธรรมไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรักษาเอกลักษณ์ของชาติอีกด้วย
                3 ) การเล่นตะกร้อยังเป็นพื้นฐานของการเล่นกีฬาปะเภทอื่นได้เป็นอย่างดี 
เพราะ ทำให้ผู้เล่นรู้จักวิธีการครอบครองลูก รู้จังหวะเข้าออก จังหวะการเตะ โดยให้มีความสัมพันธ์ระหว่างมือ เท้า อวัยวะต่างๆ ได้เคลื่อนไหวสอดคล้องกัน สร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ก่อให้เกิดความแข็งแรงและความอดทนอีกด้วย
                 4 ) การเล่นตะกร้อสามารถเล่นคนเดียวก็ได้ 
 หรือ ถ้ามีผู้เล่นมากขึ้นก็สามารถปรับการเล่นได้ตามความเหมาะสม อันตรายจากการเล่นตะกร้อนั้นมีน้อยมาก เพราะจะไม่มีการปะทะหรือถูกต้องตัวกันระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง หรือแม้แต่อุปกรณ์การเล่น ก็มิได้ทำให้เกิดอันตราย ถ้าผู้เล่นรู้จักสังเกตว่ามีอุปกรณ์ใดชำรุดก็ปรับเปลี่ยนหรือซ่อมแซมให้ พร้อมก่อนที่จะเล่น การเคลื่อน ที่ด้วยความระมัดระวังก็จะทำให้เกิดการหกล้มเสียหลักได้ยาก และการเล่นตะกร้อนั้นสามารถใช้อวัยวะได้หลายส่วน ทำให้ไม่เกิดการบอบช้ำเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอีกด้วย
                  5 ) การเล่นตะกร้อ เป็นการฝึกให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไว ปราดเปรียว 
เพราะ ต้องมีความระมัดระวังตัวและเตรียมตัวพร้อมที่จะเข้าเล่นลูกในลักษณะต่างๆ อยู่ตลอดเวลา การเคลื่อนไหวก็ต้องกระทำด้วยความรวดเร็วกระฉับกระเฉง เพื่อให้ทันกับจังหวะที่จะเล่นลูก
                 6 ) การเล่นตะกร้อเป็นการฝึกให้เป็นผู้ที่มีอารมณ์เยือกเย็น สุขุม รอบคอบ 
 เพราะ การเล่นหรือการเตะลูกแต่ละครั้งจะต้องอาศัยสมาธิ และความตั้งใจอย่างแน่วแน่ ถ้าหากใจร้อนหรือลุกลี้ลุกลน การเตะแต่ละครั้งก็จะเสียไป ทำให้เล่นผิดพลาดได้บ่อยๆ ถ้าเป็นการแข่งขันก็จะพ่ายแพ้แก่คู่แข่งขันได้ง่าย
                7 ) การเล่นตะกร้อเป็นการฝึกการตัดสินใจ 
เพราะ ก่อนการเล่นลูกทุกครั้งจะต้องมีการตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทาง ความเร็ว ความแรงและลักษณะการหมุนของลูก ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจว่าต้องเล่นลูกด้วยท่าใด ส่งลูกไปยังทิศทางใด การกะระยะส่งลูก เป็นต้น
               8 ) การเล่นตะกร้อจะช่วยประสานหน้าที่ของอวัยวะในร่างกายให้มีระบบการทำงานดีขึ้น และเป็นการฝึกประสาทได้เป็นอย่างดี
 เพราะการเล่นลูกแต่ละครั้งต้องอาศัยระหว่างความสัมพันธ์ ระหว่างประสาทกับกล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆ เพื่อทำให้การเตะและการเล่นลูกเป็นไปอย่างราบรื่น นิ่มนวลและได้จังหวะ ทั้งจะต้องมีปฏิภาณไหวพริบ มีการแก้ไขปัญหาตลอดเวลาที่เล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นเพื่อแข่งขัน จะต้องมีการวางแผนการเล่นโดยอาศัยปัจจัยหลายประการ เนื่องจากการแข่งขันจะชี้ได้ว่าใครมีเชาว์ปัญญา ปฏิภาณไหวพริบดีกว่าหรือมากกว่ากัน                                                                 
                9 ) การเล่นตะกร้อก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งผู้เล่นและผู้ชม 
การ ร่วมวงเล่นตะกร้อมักจะมีการส่งเสียงแสดงความดีใจพอใจตลอดเวลาในการเล่น หรือการเตะท่าพลิกแพลงต่างๆ ของผู้เข้าร่วมวงอยู่เสมอ จึงก่อให้เกิดความสามัคคีระหว่างผู้เล่นด้วยกัน รู้จักหน้าที่รับผิดชอบและให้โอกาสแก่ผู้อื่น เกิดมนุษยสัมพันธ์ที่ดีมีความเข้าอกเข้าใจ รู้นิสัยใจคอกันดีขึ้น ยอมรับผิดและให้อภัยกันเสมอ นับเป็นการช่วยส่งเสริมให้เข้าสังคมได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
                10 ) การเล่นตะกร้อนั้นเล่นได้ไม่จำกัดเวลา 
คือจะเล่นเวลาใดก็ได้ตามความประสงค์ของผู้เล่น ทั้งระยะเวลาในการเล่นก็ไม่กำหนดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความพอใจของผู้เล่น 
                11 ) กีฬาตะกร้อเล่นได้ไม่จำกัดสถานที่ 
 อาจจะเป็นในร่มหรือกลางแจ้ง ทั้งสภาพของสนามก็ไม่เป็นอุปสรรคมากมายนัก ขนาดของสนามก็ยืดหยุ่นได้ไม่ตายตัวเหมือนกีฬาอื่น ๆ
                12 ) ตะกร้อเป็นกีฬาที่เหมาะสมกับบุคคลทุกเพศทุกวัย 
เพราะ เป็นกีฬาที่ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป สามารถปรับการเล่นตามความสามารถและกำลังของผู้เล่นได้ ทั้งในด้านทักษะก็มีหลายระดับชั้น ซึ่งดูเหมือนจะท้าทายและจูงใจผู้เล่นไม่รู้จบสิ้น ผู้เล่นสามารถพัฒนาทักษะไปตามวัย นอกจากนั้นอาจเล่นเพื่อความสวยงาม เพื่อการออกกำลังกาย เพื่อการแสดง หรือเพื่อการแข่งขันก็ได้


เทคนิคการเล่นแบตมินตัน

เทคนิคการเล่นแบตมินตัน


Image result for เทคนิคการเล่นแบดมินตัน


การจับไม้แบดมินตัน


  ก่อนที่จะเรียนรู้ถึงทักษะการเล่นกีฬาแบดมินตันใด ๆ ผู้เรียนจะต้องจับไม้แบดมินตันให้ถูกวิธีเสียก่อน วิธีการคือ ผู้ที่ถนัดมือขวาก็ใช้มือขวาจับโดยยื่นมือขวาออกไปข้างหน้าเหมือนกับการจับมือกับบุคคลอื่นที่ถูกแนะนำให้รู้จักโดยให้นิ้วทั้ง 4 กำรอบด้ามไม้แบดมินตัน นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จะอยู่ตรงด้านสันของด้ามไม้แบดมินตันเป็นรูปตัว วี โดยตำแหน่งนิ้วหัวแม่มือจะทาบอยู่ทางด้านแบนของด้ามไม้แบดมินตัน

การจับลูกแบดมินตัน


เมื่อรู้ถึงวิธีการจับไม้แล้วต่อไปก็ต้องรู้ถึงการจับลูกขนไก่ซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบการเล่นกีฬาแบดมินตัน การจับลูกขนไก่มีความสำคัญอย่างมากในการเสิร์ฟลูก

การจับลูกขนไก่ที่นิยมกันมี3วิธีคือ

  1.  จับที่หัวไม้คอร์กของลูก โดยใช้นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลางจับลูก

  2. จับที่ปลายขนไก่ด้านในของลูกโดยใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้

  3.  จับโดยการวางลูกอยู่บนฝ่ามือ

การส่งลูก


การส่งลูกเป็นวิธีการของการเริ่มเล่นในการเล่นหรือฝึกทักษะแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเริ่มฝึกตีลูกแบบต่าง ๆ ตลอดจนเริ่มการแข่งขัน การส่งลูกจะส่งได้ทั้งลูกหน้ามือและหลังมือซึ่งวิธีการส่งมีดังนี้

การส่งลูกหน้ามือ

  1.  ผู้ที่จะส่งลูกจะยืนห่างจากเส้นกลางสนามและเส้นส่งลูกสั้นประมาณ 2-3 นิ้ว(ในกรณีเล่นประเภทคู่) และยืนห่างเส้นส่งลูกสั้นประมาณ 2-3 ฟุต(ในกรณีเล่นประเภทคู่)

  2. ยืนให้เท้าช้ายอยู่ข้างหน้าสำหรับผู้ที่ถนัดมือขวา ย่อเข่าเล็กน้อย เท้าทั้งสองข้างจะไม่ยกพ้นพื้นสนามเวลาส่งลูก

  3.  ใช้มือซ้ายจับลูกขนไก่ งอแขนพอประมาณ มือขวาเงื้อไม้ระดับเอวพร้อมที่จะส่งลูก

  4.  ตามองเป้าหมายที่จะส่งลูก ปลอยลูก พร้อมกับตวัดแขนมาข้างหน้าเมื่อไม้สัมผัสกับลูกให้กระดกข้อมือช่วยส่งลูก ไปยังทิศทางที่ต้องการ

การส่งลูกหลังมือ

  1.  ผู้ที่จะส่งลูกจะยืนห่างจากเส้นกลางสนามและเส้นส่งลูกสั้นประมาณ 2-3 นิ้ว

  2.  ยืนให้เท้าขวาอยู่ข้างหน้าสำหรับผู้ที่ถนัดมือขวา ย่อเข่าเล็กน้อย เท้าทั้งสองข้างจะไม่ยกพ้นพื้นสนามเวลาส่งลูก

  3.  ใช้มือซ้ายจับลูกขนไก่ บริเวณปลายขนไก่ทางด้านซ้ายของลำตัวหลังมือด้านขวาอยู่ด้าน หน้า งอแขนพอประมาณ มือขวาเงื้อไม้ระดับเอวพร้อมที่จะส่งลูก

  4.  ตามองเป้าหมายที่จะส่งลูก ปลอยลูก พร้อมกับตวัดแขนมาข้างหน้าเมื่อไม้สัมผัสกับลูกให้กระดกข้อมือช่วยส่งลูก ไปยังทิศทางที่ต้องการ

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559

sport day

sport  day

โรงเรียนตราดสรรเสริญวิทยาคม

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ต้นไม้, ท้องฟ้า, งานแต่งงาน และ สถานที่กลางแจ้ง


พิธีเปิด

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, พื้นหญ้า, ต้นไม้ และ สถานที่กลางแจ้ง

กิจกรรมแปรอักษร

ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังยืน, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังเล่นกีฬา และ สถานที่กลางแจ้ง

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ต้นไม้, เด็ก และ สถานที่กลางแจ้ง

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังเล่นกีฬา, ต้นไม้ และ สถานที่กลางแจ้ง

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังเล่นกีฬา และ สถานที่กลางแจ้ง

กิจกรรมแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆและกีฬาพื้นบ้าน

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังยืน และ ดอกไม้

พิธีปิด

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทักษะในการเล่นวอลเล่ย์บอล

ทักษะในการเล่นวอลเล่ย์บอล



ทักษะในการเล่นวอลเล่ย์บอล

การเล่นกีฬาวอลเลย์บอลมีทักษะส่วนบุคคลพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการเล่นหลายประเภท ซึ่งผู้เริ่มเล่นวอลเลย์บอลจำเป็นต้องเริ่มฝึกในพื้นฐานเหล่านี้ สำหรับในตอนนี้จะได้นำเสนอทักษะต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเล่นวอลเลย์บอลในภาพรวมทุกทักษะ เพื่อที่จะได้ทราบว่าแต่ละทักษะมีวิธีการและความสำคัญอย่างไร

รูปแบบทักษะพื้นฐาน ซึ่งทักษะทั้งหมดจำเป็นต้องใช้ในการแข่งขัน ในการฝึกนอกจากผู้เล่นจะสามารถปฏิบัติทักษะพื้นฐานทั้งหมดได้แล้วยังต้องสามารถเชื่อมโยงการเล่นในแต่ละทักษะได้ด้วย สำหรับการเล่นเป็นทีมนั้นหากผู้เล่นไม่มีความชำนาญในแต่ละทักษะพื้นฐานที่เกี่ยวกับการเล่นวอลเลย์บอลก็จะทำให้การเล่นเป็นทีมทำได้ยาก

ทักษะที1 การอันเดอร์วอลเล่ย์บอลดาวน์โหลด (1)

ลักษณะท่าทางเตรียมเล่นบอลของผู้เล่นมีลักษณะดังนี้

1. หงายมือทั้งสองข้าง

2. เอามือหนึ่งไปวางช้อนทับอีกมือหนึ่ง

3.รวบมือให้นิ้วหัวแม่มือชิดติดกัน มัด

4. ใช้มือใดมือหนึ่งกำหมัด

5. ใช้อีกมือหนึ่งโอบหมัด

6. ให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองชิดติดกัน .กำมือ

7.กำมือทั้งสองข้าง

8.นำมือทั้งสองข้างมาชิดกัน

9.ให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างเสมอกันVDOA5009011119_320x240

ท่าการอันเดอร์

1. ยืนเท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ข้างหน้าห่างกัน ประมาณ 1 ช่วงไหล่

2 ย่อเข่าลงให้หัวเข่าเลยปลายเท้าเล็กน้อยก้มลำตัวให้หัวไหล่อยู่ในแนวระดับของเข่า

3 ยกส้นเท้าขึ้นเล็กน้อย น้ำหนักตัวอยู่ที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง ตรงบริเวณโคนหัวแม่เท้า ใต้ฝ่าเท้า

4 จับมือในท่าที่ถูกต้อง แขนทั้งสองเหยียดตึง ตามองที่ลูกบอล

ดาวน์โหลด

ทักษะที่2 การส่ง ( เซ็ท )

12581771471258180700l

การยกมือทั้งสองในการเซ็ต

1. ยกมือทั้งสองขึ้นประมาณหน้าผาก มือทั้งสองห่างจากใบหน้าประมาณ 1 กำมือ ( 10 เซนติเมตร)

396679_441793589174662_1930910359_n

2. กางนิ้วออก กางข้อศอกออกเล็กน้อย ข้อศอกอยู่ระดับเสมอไหล่หรือสูงกว่าเล็กน้อย กางนิ้วออกนิ้วงอเป็น 3เคลื่อนที่ไปที่ลูกบอลจะตกให้ลูกบอลอยู่เหนือศีรษะบริเวณหน้าผาก

4. ย่อเข่า ยกมือให้จุดสัมผัสบอลกับนิ้วมือห่างจากหน้าผาก 20 ซ.ม

set1

ทักษะที 3การตบลูกวอลเลย์บอล48923_20_6

1. การวิ่งเคลื่อนที่เข้าหาจุด

2. เตรียมกระโดดห่างจากจุดที่ลูกบอลตกประมาณ 1 ฟุต

3. กระโดดเหวี่ยงแขนทั้งสองไปข้างหลัง น้ำหนักตัวไปข้างหลัง เข่างอ

4. เหวี่ยงแขนทั้งสองขึ้นข้างหน้า พร้อมกับถีบเท้าทั้งสองกระโดดลอยตัว ขึ้นตรง ๆดาวน์โหลด (3)

5. แขนขวาเงื้อไปข้างหลัง งอแขนเล็กน้อย แบมือ ตามองดูบอลตลอดเวลา

6. จังหวะที่จะตบ ให้กดไหล่ซ้ายลง พร้อมกับตบลูกบอลให้แรงส่งจากข้อมือ ศอก ไหล่ และลำตัว

7. ลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้งสองในลักษณะย่อตัว

ดาวน์โหลด (2)

ทักษะที่4 การเสิร์ฟลูกวอลเล่ย์บอล

การเสิร์ฟเป็นการรุกวิธีหนึ่งการแข่งขันจะเริ่มจากการเสิร์ฟเสมอ ลูกเสิร์ฟที่มีพลังและมีประสิทธิภาพ สามารถ ข่มคู่แข่งขันและเชิงความเป็นผู้คุมเกมการเล่นได้ด้วย จุดประสงค์ของการเสิร์ฟอยู่ที่การทำคะแนนโดยตรงทำลายยุทธวิธีการรุกของฝ่ายตรงข้ามลดภาระการตั้งรับของฝ่ายตน สร้างโอกาสที่ได้เปรียบในการตอบโต้ลูกเสิร์ฟที่ดีสามารถทำความหนักใจให้ฝ่ายตรงข้ามอันเป็นการทำลายขวัญและจิตใจของคู่แข่งขันทำให้เกิดความรวนเร ขาดความสัมพันธ์ในการรุกได้ทางหนึ่งด้วย ผู้เล่นจึงควรหาความชำนาญ โดยการฝึกหัดเสิร์ฟด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งที่เหมาะสมและดีที่สุด หรือตามความถนัดของผู้เล่นแต่ละคน

หลักสำคัญในการเสิร์ฟ มีดังนี้ ท่าทางในการเสิร์ฟ

1. ตำแหน่งการยืน

2. การโยนลูกบอล

3. การเหวี่ยงแขน ico940

4. จุดที่มือกระทบลูกบอล ท่าทางในการเสิร์ฟ ก่อนที่ผู้เล่นจะเริ่มทำการเสิร์ฟต้องรู้ตัวเองว่าตนเองถนัดเสิร์ฟท่าทางแบบใดตามที่ได้ฝึกฝนมา ถ้าเคยฝึกฝน หรือถนัดเสิร์ฟลูกท่าทางแบบใดต้องเสิร์ฟลูกตามแบบนั้นตลอดการแข่งขัน เพราการเปลี่ยนท่าทางการเสิร์ฟบ่อย ๆ ย่อมทำให้ประสิทธิภาพการเสิร์ฟเสียไป ตำแหน่งการยืน ก่อนที่จะเริ่มเสิร์ฟทุกครั้ง ผู้เล่นต้องยืนตามจุดหรือตำแหน่งที่เคยฝึกซ้อมมา มีผู้เล่นจำนวนมากที่ขาดความสังเกตในเรื่องนี้พอจับลูกบอลเข้ามายืนในเขตเสิร์ฟก็เสิร์ฟลูกไปตามใจตนเอง การยืนห่างจากเส้นหลังใกล้หรือไกลเพียงใด ยืนห่างจากมุมสนามมากน้อยเพียงใด ก็ต้องยืนที่จุดนั้นตลอดทุกครั้งที่ทำการเสิร์ฟ เพราะจะทำให้ความแรงความเร็วและทิศทางของลูกบอลเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการและทำให้การเสิร์ฟมีผลเสียน้อยด้วย การโยนลูกบอล ความสูงขณะโยนลูกบอลขึ้นต้องสม่ำเสมอ เช่น ความสูงจากมือที่โยน ประมาณ 3 – 4 ช่วงของลูกบอล ก็จะต้องโยนลูกบอลให้มีความสูงเช่นนี้ตลอดไปเพราะการโยนลูกสูงบ้างต่ำบ้าง ทำให้แรงที่ใช้ตีและทิศทางของลูกขาดความแม่นยำ นอกจากนี้การโยนลูกใกล้ตัว ห่างตัวบ้าง เอียงไปซ้ายบ้างขวาบ้าง ก็ย่อมมีผลต่อการตีลูกบอลด้วย การเหวี่ยงแขน การเสิร์ฟให้ลูกบอลพุ่งไปตามทิศทางและมีความแรงตามที่ต้องการขึ้นอยู่กับการเหวี่ยงแขนด้วย ผู้เสิร์ฟเคยเหวี่ยงแขนในลักษณะใด มือห่างจากลูกบอลเท่าไรจะต้องทำอย่างนั้นทุกครั้งที่เสิร์ฟ จึงต้องฝึกฝนการเหวี่ยงแขนให้คล้ายกับเครื่องจักรที่มีจังหวะการทำงานอย่างสม่ำเสมอ จุดที่มือกระทบลูกบอล ลักษณะของมือและจุดที่มือกระทบลูกบอลต้องเหมือนกันทุกครั้งที่ตีลูกบอลในท่านั้น ๆ ด้วย เช่น การแบมือตีด้านหลังตรงส่วนกึ่งกลางของลูกบอล ก็ ต้องทำในลักษณะเช่นนี้ตลอดทุกลูกที่เสิร์ฟ เพราะการออกแรงและจุดที่ตีลูกบอลแตกต่างกันก็ยอมทำให้ทิศทางของลูกบอลที่พุ่งออกไปแตกต่างกันด้วย

13-44

ลักษณะของการเสิร์ฟ การเสิร์ฟโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ

1. การเสิร์ฟลูกมือล่าง

2. การเสิร์ฟลูกมือบน

ทักษะที5.การสกัดกั้น ( ป้องกันการตบ ) 630

1. ยืนแยกเท้าออกประมาณ 1 ช่วงไหล่

2. มือทั้งสองยกขึ้นกางฝ่ามือออก

3. งอเข่าเล็กน้อย

4. ศีรษะตั้งตรงมองไปข้างหน้า 5. กระโดดขึ้นเพื่อสกัดกั้นลูกตบของฝ่ายตรงข้าม

13-66



วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เทคนิคการเล่นบาสเก็ตบอล

เทคนิคการเล่นบาสเก็ตบอล


ทำอย่างไรให้ลอยตัวในอากาศได้นานและกระโดดได้สูง
มีขอแนะนำในสิ่งที่เหมาะกับสภาพนักกีฬาในบ้านเรานะครับวิธีง่ายๆก็คือ การวิ่งเพื่อความอดทนโดยวิ่งรอบสนามอย่างน้อย 4 รอบ(1,600 เมตร) อย่างน้อย ประมาณ 1 เดือน แล้วจึงค่อยเพิ่มความเร็วโดยการวิ่งระยะสั้น สลับกับการวิ่งระยะยาว ต่อมาในเดือนที่ 2 เดือนที่ 3 ควรเน้นหนักในการฝึกการกระโดด ดังนี้ 
1.กระโดดข้ามกล่องกระดาษซึ่งมีความสูงประมาณ 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุต กระโดดเท้าคู่ไปทางด้านข้าง ซ้ายที ขวาที
2.กระโดดยกเข่าแตะอก
3.กระโดดยกส้นเท้าแตะก้น
4.กระโดดข้ามกล่องกระดาษ 4 กล่องซึ่งวางเรียงกัน โดยแต่ละกล่องห่างกัน 2 ฟุต กระโดดเท้าคู่ข้ามทีละกล่องอย่างต่อเนื่อง
5.กระโดดเอามือแตะขอบแป้นบาส
6.กระโดดอยู่กับที่อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง พยายามเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เน้นการถีบตัวกระโดดให้สูงขึ้น
แต่มีข้อแนะนำวิธีการกระโดด เพราะเห็นนักกีฬาจำนวนมากที่บาดเจ็บหัวเข่า เนื่องจากกระโดด ไม่ถูกวิธี โดยการกระโดดที่ถูกวิธีนั้นจะต้องย่อตัวทั้งก่อนกระโดด และหลังการกระโดดขึ้นไปแล้ว 
เมื่อปลายเท้าแตะพื้นจะต้องย่อตัวพร้อมทั้งเหยียบพื้นเต็มเท้า ก่อนการกระโดดจะต้องย่อตัวลง (ย่อตัวนะครับไม่ใช้ก้มตัว) เขย่งส้นเท้าขึ้น จิกปลายเท้าให้แน่นแล้วถีบ ตัวขึ้นไป 
เมื่อลงสู่พื้นก็ใช้ปลายเท้าลงจึงตามด้วยส้นเท้าแล้วย่อตัว อย่าใช้ส้นเท้าลงก่อนปลายเท้าเพราะจะทำให้น้ำหนักทั้งตัว ลงที่ส้นเท้าจะเจ็บส้นเท้าและอาจเป็นรอยช้ำ 
เมื่อเหยียบพื้นเต็มเท้า ให้ทิ้งตัวย่อลงอย่ายืนตัวแข็ง เพราะจะทำให้หัวเข่ารับน้ำหนัก และบาดเจ็บที่หัวเข่าได เมื่อฝึกทุกอย่างแล้วให้สลับฝึกทุกวันเช่น วิ่งระยะยาว วิ่งเร็ว กระโดด ความคล่องตัว 
ทำเป็นประจำคุณก็จะสามารถกระโดดได้สูงและลอยตัวในอากาศ ได้นานกว่าเดิมแน่นอน
ทำอย่างไรจึงยืนป้องกันได้ดี
การยืนป้องกันจะต้องอยู่ในท่าย่อตัวหรือท่าสมดุล ยืนเต็มฝ่าเท้า น้ำหนักอยู่กึ่งกลางฝ่าเท้าทั้งสองข้างและให้มี ความรู้สึกว่าน้ำหนักส่วนใหญ่จะอยู่ที่ก้นคล้ายกับว่าเรานั่งบนเก้าอี้ 
เมื่ออยู่ในท่าย่อขณะป้องกันจะต้องมองไปที่ท้องของผู้ถือางจากผู้ถือบอล 1 ช่วงแขน ห้ามมองที่ตาหรือบอลเด็ดขาด(เพราะอาจโดนหลอกเอาง่ายๆ) 
บอลจะเคลื่อนไปได้ด้วยมือโยกไปมา แต่ถ้าร่างกายเคลื่อนจะต้องมีการเคลื่อนไหวทั้งลำตัว ดังนั้นท้องจะต้องเคลื่อนไปด้วย ถ้าท้องเคลื่อนจึงค่อยเคลื่อนไปตามทิศทาง ที่ท้องเคลื่อนไป
ทำอย่างไรให้เลี้ยงบอลได้คล่อง
สิ่งแรกที่จะทำให้เราเลี้ยงบอลคล่องแคล่วว่องไว จนกระทั่งสามารถหลบหลีกการป้องกันของคู่แข่งขัน คือ “การจัดลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง” 
ท่าทางที่ถูกต้องจะต้องอยู่ในท่าย่อตัว หรือถ้าจะพูดให้เกิดภาพที่ชัดเจนคือท่า “นั่งเก้าอี้” ถ้าถนัดมือขวาให้ใช้เท้าซ้ายอยู่เหนือเท้าขวา 
ช่องว่างระหว่างเท้ากว้างกว่าหัวไหล่ เท้าซ้ายคล่มบังบอลทำมุมประมาณ 45 องศา กับเท้าขวา (ทิศทางที่จะเลี้ยงไปถือว่าเป็นมุม 90 องศา กับลำตัวที่ยืนตรง เท้าซ้ายทำมุม 45 องศา กับด้านขวาของลำตัว) 
ในขณะที่หัวไหล่ทำมุมประมาณ 25 องศา ยกแขนซ่ายขึ้นในขณะที่เลี้ยงบอลช้าหรือขณะที่มีผู้ป้องกันจะเข้ามาแย่งบอล 
เมื่ออยู่ในลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง ผู้ป้องกันจะไม่สามารถแย่งบอลได้ ถ้าผู้ป้องกันเข้ามาทางด้านขวามือ ผู้เลี้ยงจะหมุนตัวกลับเปลี่ยนทิศทางไปด้านซ้ายมือ 
โดยเปลี่ยนเลี้ยงบอลด้วยมือซ้ายและยกมือขวาขึ้นมาบังด้านหน้าไว้ ฝึกการเปลี่ยนทิศทางการพาบอล
เช่น เปลี่ยนจากขวาไปซ้ายด้านหน้า เปลี่ยนจากซ้ายไปขวาด้านหน้า เปลี่ยนโดยการหมุนตัว เปลี่ยนโดยารตวัดหลัง เปลี่ยนโดยลอดระหว่างขา
ฝึกเลี้ยงบอลทุกวันโดยการพยายามจับจังหวะการขึ้นลงของบอลให้มือควบคุมลูกบอลได้ตลอดเวลา เมื่อ ประมาทสั่งให้ทำอะไรมือก็ต้องทำได้เช่น
ให้ไปซ้ายมือก็ต้องพาบอลไปด้านซ้าย เป็นต้น อย่าลืมนะครับการที่จะเลี้ยงบอลคล่องต้องฝึกตามวิธีการที่ถูกต้องทุกวัน

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เทคนิคการเล่นฟุตบอล



เทคนิคการเล่นฟุตบอล

แดเนียล แคปเปลลาโร่ คือผู้เล่นสตรีทฟุตบอล นักฟุตบอลอาชีพ และโค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะ การเคลื่อนที่แบบตัวต่อตัว และทริกฟุตบอลต่างๆ ปัจจุบันเขาเล่นให้กับสโมสรฟุตซอลมิดเดิลสโบรห์ ในลีกฟุตซอลของเอฟเอ ประเทศอังกฤษ เขาเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตซอลแคมบิโอ คับเบอร์ ในเอสเอฟแอล, ทีมชาติฟุตซอลชายของออสเตรเลีย, ทีมเวสเทิร์น ออสเตรเลีย ในการแข่งขัน เอฟเอฟเอ เนชั่นแนล, รายการ ‘SFL5’ ของสเตท ฟุตซอล ลีก ในศึกชิงถ้วยเอฟเอเอฟแอล, และทีมฟรีเมนเทิล มุยต้า คาลม่า ในการแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งในระดับชาติและระดับรัฐ 

กีฬาสตรีทฟุตบอลเปิดโอกาสให้แคปเปลลาโร่ได้โชว์ทักษะของเขาและเตรียมความพร้อมสำหรับลงแข่งขันฟุตซอล กีฬาชนิดนี้พาเขาเดินทางไปรอบโลก เขาได้ลงเล่นที่ฮอลแลนด์ อาร์เจนตินา, สเปน, อเมริกา และประเทศล่าสุดคืออังกฤษ ประสบการณ์ที่เขาได้รับไม่สามารถประเมินค่าได้ ทักษะ เทคนิค และความสามารถของเขาประทับใจบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ EA Sport ทำให้เกิดตัวละครลับที่มีชื่อว่า “D10” ซึ่งจำลองมาจากตัวแคปเปลลาโร่ในเกมสุดฮิต FIFA STREET 
คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของแคปเปลลาโร่ๆด้ทางอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และเฟสบุ๊คที่ @D10football
1) เกมหนึ่งต่อหนึ่ง
เป็นพื้นฐานของสตรีทฟุตบอลและเป็นเกมที่ดีที่สุดที่จะทดลองเทคนิคใหม่ๆ เพื่อค้นหาอะไรที่ใช้ได้ผลและอะไรที่ไม่น่าทำ การเล่นเกมหนึ่งต่อหนึ่งเป็นเครื่องชี้วัดที่ดที่สุดว่าคุณสามารถทำอะไรในเกมการแข่งขันจริงได้บ้าง และสิ่งที่คุณต้องการมีเพียงแค่เพื่อนหนึ่งคน ลูกฟุตบอลหนึ่งลูก และพื้นที่เล่น! ยิ่งคุณสามารถเล่นในเกมหนึ่งต่อหนึ่งได้ดีเท่าไหร่ คุณจะสามารถเล่นภายใต้สถานการณ์ที่กดดันได้ดีมากขึ้น หรือช่วงเวลาที่คุณพบว่าตัวเองยืนว่างอยู่คนเดียวในเกมและไม่มีทางเลือกในการจ่ายบอล ทั้งหมดอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์!   

2) การเดาะบอล (keepy-uppys)
ในความคิดของผม นี่คือเทคนิคที่ดีที่สุดในการพัฒนาการจับบอลแรกของคุณ การจับบอลแรกคือทุกสิ่งทุกอย่างของเกมสตรีทฟุตบอลและฟุตซอลเพราะคุณต้องเล่นในพื้นที่จำกัด เมื่อคุณได้บอล คุณต้องสามารถใช้เวลาอยู่กับบอลให้นานที่สุดและตัดสินใจว่าจะทำสิ่งใดต่อไป คุณจะสามารถจับบอลแรกได้อย่างนิ่มนวล คุณจะประหลาดใจเมื่อทำสิ่งนี้ได้จนเชี่ยวชาญในการควบคุมบอล และคุณสามารถพาบอลไปในทิศทางใดก็ได้ด้วยทักษะการจับบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุด
3) การเล่นบอลบนพื้น
ในการเล่นสตรีทฟุตบอล การเล่นบอลบนพื้นคือวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้เทคนิคภายใต้ความกดดันที่ไม่มากเกินไป การเล่นบอลบนพื้นคือการผสมผสานการเคลื่อนที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่า ‘จอมหลอกล่อ’ กำลังเต้นรำกับลูกฟุตบอล แท้ที่จริงแล้ว คุณไม่ได้ใช้เทคนิคมากถึง 5 หรือ 6 อย่างในเกมการแข่งขันหนึ่งนัด อย่างไรก็ตาม คุณอาจจะใช้เทคนิคสองหรือสามอย่างเพื่อหลอกล่อกองหลัง และถ้าหากคุณผ่านการฝึกมาแล้ว คุจะพบว่าการใช้งานเทคนิคเพียงแค่เล็กน้อยในการเผชิญหน้ากับกองหลังภายใต้สถานการณ์ที่กดดันกลับกลายเป็นเรื่องง่าย ความกดดันเพียงเล็กน้อยในการฝึกซ้อมเกิดจากการคิดล่วงหน้าและการพยายามใช้เทคนิคเพื่อเลี้ยงบอลอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากการโฟกัสที่เทคนิคซึ่งคุณกำลังใช้อยู่   
4) ฟุตบอลเทนนิส
คล้ายกับ ‘การเดาะบอล’ ฟุตบอลเทนนิสเป็นวิธีการพัฒนาการจับบอลแรกและความสามารถในการผ่านบอลที่ใช้ได้ผลเป็นอย่างดี การเล่นฟุตบอลเทนนิสช่วยเสริมความมั่นใจให้คุณในการเล่นลูกวอลเล่ย์ การทำชิ่งจังหวะเดียวด้วยหน้าอก หัวเข่า ไหล่ และศีรษะ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณพัฒนาการจับบอลที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ควรฝึกเล่นฟุตบอลเทนนิสเป็นกลุ่มกับเพื่อนร่วมทีม หรือฝึกแบบหนึ่งต่อหนึ่งโดยเดาะบอลข้ามโต๊ะ เตียงผ้าใบ หรือม้านั่ง อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่สามารถหาคู่ฝึกซ้อมได้ กำแพงก็เป็นตัวเลือกที่ดี!  
5) เกมการแข่งขัน
เมื่อคุณต้องการนำทักษะทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วมาฝึกฝน ไม่มีวิธีใดที่คุณจะได้โชว์ความสามารถของคุณ การเคลื่อนที่ และการทดลองสิ่งใหม่ๆ ได้ดีไปกว่าเกมการแข่งขัน ยิ่งคุณได้ลงเล่นมากเท่าไหร่ คุณจะมีความเข้าใจในเกมมากขึ้น การตัดสินใจจะกลายเป็นเรื่องง่ายรวมไปถึงกการใช้ทักษะต่างๆ ของคุณ ผู้เล่นสตรีทฟุตบอลที่ดีต้องผ่านการลงเล่นอย่างโชกโชน และสามารถเล่นได้ในทุกพื้นผิวไม่ว่าจะเป็นถนนแคบๆ ถนนใหญ่ คอร์ท หรือสนามหญ้า การเล่นบนพื้นผิวที่แตกต่างกันจะช่วยพัฒนาเทคนิคของคุณให้ดียิ่งขึ้น

อ้างอิง  
http://www.fourfourtwo.com/th/features/5-andab-withiiphathnaaethkhnikhstriithfutblkhngkhun